สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 03/07/2015
ปรับปรุง 17/11/2017
สถิติผู้เข้าชม 298138
Page Views 461929
 
พจนานุกรมสมรรถนะประจำสายงาน
กำรกำ กบัตดิตำมอยำ่งสมำ ่เสมอ (Monitoring and Overseeing- MO) -100
กำรแกไ้ขปัญหำแบบมืออำชีพ (Professional Problem Solving – PPS) คำ จำ กดัควำม: ความสามารถในวิเคราะหป์ัญหาหรือเล็งเห็นปัญหา พรอ้มท้งัลงมือจดัการกบัปัญหาน้ันๆ อยา่งมีขอ้มลู มีหลกัการ และสามารถน าความ เชี่ยวชาญ หรือแนวคิดในสายวิชาชีพมาประยุกตใ์ชใ้นการแกไ้ขปัญหาไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: ติดตำมหำควำมรู้และแนวคิดใหม่ๆ ในสำยวิชำชีพ เพื่อใช้ในกำรวิเครำะห์และแก้ไขปัญหำระยะสั้นที่เกิดขึ้น • กระตือรือรน้ในการศึกษาหาความรหู้รือเทคโนโลยีใหมๆ่ ในสาขาอาชีพของตนหรือในงานของหน่วยงาน เพื่อน ามาใชใ้หเ้กิดประโยชน์ในการแกไ้ขปัญหา • ใชค้วามรใู้นสายอาชีพของตนในการลงมือแกไ้ข เมื่อเล็งเห็นปัญหาหรืออุปสรรคโดยไมร่อชา้ ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และวิเครำะห์และตัดสินใจอย่ำงมีข้อมูลและเหตุผลในกำรจัดกำรปัญหำที่เกิดขึ้น • วิเคราะหข์อ้มลู และหาเหตุผลตามแนวคิด และหลกัการในวิชาชีพ เพื่อตดัสินใจดา เนินการแกไ้ขปัญหาที่เกิดข้นึอยา่งมีประสิทธิภาพสูงสุด • พลิกแพลงหรือประยุกตแ์นวทางในการแกป้ัญหา โดยอา้งอิงจากขอ้มลู หลกัการ และแนวคิดในสายวิชาชีพ หรือประสบการณใ์นการทา งาน ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และวิเครำะหป์ัญหำที่ผ่ำนมำ และวำงแผนล่วงหนำ้อยำ่งเป็นระบบ เพื่อป้องกนัหรือหลีกเลี่ยงปัญหำ • วิเคราะหข์อ้มลู ปัญหา หรือสถานการณไ์ดอ้ยา่งรอบดา้น (โดยอาศยัประสบการณ ์และความเชี่ยวชาญที่สงั่สมมาในสายอาชีพ) รวมท้งัวางแผน และ คาดการณผ์ลกระทบที่จะเกิดข้นึอยา่งเป็นระบบ เพื่อป้องกนัและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดข้นึ • วางแผน และทดลองใชว้ิธีการ องคค์วามร ู้หรือเทคโนโลยีใหมๆ่ ในสายอาชีพ ในการป้องกนั หลีกเลี่ยงหรือแกไ้ขปัญหาใหเ้กิดข้นึในหน่วยงานหรือองคก์ร ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และผสมผสำนแนวคิดในเชิงสหวิทยำกำรเพื่อหลีกเลี่ยง ป้องกันหรือแก้ไขปัญหำทั้งในระยะสั้นและระยะยำว • วิเคราะห ์และผสมผสานศาสตรห์ลายๆ แขนง (โดยอาศยัประสบการณ ์ความเชี่ยวชาญที่ท้งักวา้งและลึก รวมท้งัความสามารถพิเศษ (Charisma)) เพื่อ แกไ้ขปัญหาซึ่งมีความซบัซอ้นในระยะส้นัและเตรียมการป้องกนัหรือหลีกเลี่ยงปัญหาในระยะยาวได้ • คิดนอกกรอบ ริเริ่มโครงการ หรือกระบวนการทา งานต่างๆ ในลกัษณะบรูณาการหลายหน่วยงาน/หลายวิชาชีพ เพื่อแกไ้ขปัญหาที่คาดวา่จะเกิดข้นึใน อนาคต ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และปรบัเปลี่ยนหรือสรำ้งควำมเชี่ยวชำญในสำยอำชีพ/สหวิทยำกำร เพื่อแกไ้ขและหลีกเลี่ยงปัญหำอย่ำง ยงั่ยนื • ปรบัเปลี่ยน (Reshape) องคก์รใหม้ีการบรูณาการในเชิงวิชาชีพ หรือใหม้ีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพอยา่งแทจ้ริง เพื่อใหส้ามารถแก้ไข ป้องกนัและ หลีกเลี่ยงปัญหาที่มีผลกระทบสูงหรือมีความซบัซอ้นสูงขององคก์รไดอ้ยา่งยงั่ยืน • เป็นผูน้ าที่ไดร้บัการยอมรบัวา่เป็นผูเ้ชี่ยวชาญในสายอาชีพที่สามารถป้องกนั และหลีกเลี่ยงปัญหาที่มีผลกระทบเชิงนโยบาย และกลยุทธข์ององคก์รไดอ้ยา่ง มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือสามารถแกไ้ขปัญหาที่มีผลกระทบ แปรวิกฤติใหเ้ป็นโอกาส และเกิดประโยชน์อยา่งยงั่ยืนแก่องคก์รในระยะยาว -101
กำรแกป้ัญหำและดำ เนินกำรเชิงรุก (Problem Solving and Proactiveness-PSP) คำ จำ กดัควำม: การตระหนักหรือเล็งเห็นโอกาสหรือปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดข้นึในอนาคต และวางแผน ลงมือกระทา การเพื่อเตรียมใชป้ระโยชน์จากโอกาส หรือป้องกนัปัญหา ตลอดจนพลิกวิกฤติต่างๆ ใหเ้ป็นโอกาส
ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: กำรตอบสนองไดอ้ยำ่งรวดเร็ว และเด็ดเดี่ยวในเหตวุิกฤต ิหรือสถำนกำรณจ์ำ เป็น • ตอบสนองอยา่งรวดเร็ว และเด็ดเดี่ยวเมื่อมีเหตุวิกฤติหรือในสถานการณท์ี่จา เป็นเพื่อใหท้นัต่อความเร่งด่วนของสถานการณน์้ันๆ
ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และตระหนกัถึงปัญหำหรือโอกำสและลงมือกระทำ กำรโดยไม่รีรอ • ตระหนักถึงปัญหาหรือโอกาสในขณะน้ันและลงมือกระทา การโดยไมร่ีรอใหส้ถานการณค์ลี่คลายไปเอง หรือปล่อยโอกาสหลุดลอยไป อีกท้งัรู้จกัพลิกแพลง วิธีการ กระบวนการต่างๆ เพื่อใหส้ามารถแกไ้ขปัญหา หรือใชป้ระโยชน์จากโอกาสน้ันไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ
ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และเล็งเห็นโอกำสหรือปัญหำที่อำจเกิดขึ้นได้ในระยะใกล้ (ประมำณ 1-3 เดือนขำ้งหนำ้) • คาดการณแ์ละเล็งเห็นปัญหาหรือโอกาสที่อาจเกิดข้นึในระยะเวลา 1-3 เดือนถดัจากปัจจุบนั และลงมือกระทา การล่วงหนา้เพื่อป้องกนัปัญหา หรือสรา้ง โอกาสในสถานการณน์้ันๆ อีกท้งัเปิดกวา้งรบัฟังแนวทางและความคิดหลากหลายอนัอาจเป็นประโยชน์ต่อการป้องกนัปัญหา
ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และเล็งเห็นโอกำสหรือปัญหำที่อำจเกิดขึ้นได้ในระยะกลำง (ประมำณ 4-12 เดือนขำ้งหนำ้) • คาดการณแ์ละเล็งเห็นปัญหาหรือโอกาสที่อาจเกิดข้นึในระยะเวลา 4-12 เดือนถดัจากปัจจุบนั และเตรียมการล่วงหนา้เพื่อป้องกนัปัญหา หรือสรา้งโอกาส ในสถานการณน์้ันๆ ตลอดจนทดลองและเสาะหาวิธีการ แนวคิดใหมๆ่ ที่อาจเป็นประโยชน์ในการป้องกนัปัญหาและสรา้งโอกาสในอนาคต
ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และเตรียมกำรล่วงหนำ้เพื่อป้องกนัปัญหำและสรำ้งโอกำสในระยะยำว • คาดการณแ์ละเล็งเห็นปัญหาหรือโอกาสที่อาจเกิดข้นึในระยะยาวและเตรียมการล่วงหนา้เพื่อป้องกนัปัญหา หรือสรา้งโอกาส อีกท้งักระตุน้ใหผู้้อื่นเกิดความ กระตือรือรน้ต่อการป้องกนัและแกไ้ขปัญหาเพื่อสรา้งโอกาสใหอ้งคก์รในระยะยาว
-102
กำรคน้หำและกำรบรหิำรจดักำรขอ้มูล (Information Seeking and Management–ISM) คำ จำ กดัควำม: ความสามารถในการสืบเสาะ เพื่อใหไ้ดข้อ้มลูเฉพาะเจาะจง การไขปมปริศนาโดยซกัถามโดยละเอียด หรือแมแ้ต่การหาขา่วทวั่ไปจาก สภาพแวดลอ้มรอบตวัโดยคาดวา่อาจมีขอ้มลูที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต และน าขอ้มลูที่ไดม้าน้ันมาประมวลและจดัการอยา่งมีระบบ คุณลกัษณะน้ีอาจ รวมถึงความสนใจใคร่รเู้กี่ยวกบัสถานการณ ์ภูมิหลงั ประวตัิความเป็นมา ประเด็น ปัญหา หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้งหรือจา เป็นต่องานในหนา้ที่ ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: หำขอ้มูลในระดบัตน้และแสดงผลขอ้มูลได้ • สามารถหาขอ้มลูโดยการถามจากผูท้ี่เกี่ยวขอ้งโดยตรง การใชข้อ้มลูที่มีอยู ่หรือหาจากแหล่งขอ้มลูที่มีอยูแ่ลว้และสรุปผลขอ้มลูเพื่อแสดงผลขอ้มลูในรูปแบบ ต่างๆ เช่น กราฟ รายงาน ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง ครบถว้น ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และใชว้ิธีกำรสืบเสำะหำขอ้มูลเพื่อจบัประเด็นหรือแก่นควำมของขอ้มูลหรือปัญหำได้ • สามารถสืบเสาะปัญหาหรือสถานการณอ์ยา่งลึกซ้ึงกวา่การต้งัคา ถามตามปรกติธรรมดา หรือสืบเสาะจากผูเ้ชี่ยวชาญ เพื่อใหไ้ดม้าซึ่งแก่นหรือประเด็นของ เน้ือหา และน าแก่นหรือประเด็นเหล่าน้ันมาจดัการวิเคราะห ์ประเมินผลใหเ้กิดขอ้มลูที่ลึกซ้ึงมากที่สุด ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และหำข้อมูลในเบื้องลึก (Insights) • คน้หาหรือสอบถามเจาะลึกอยา่งต่อเนื่อง (เช่น จากหนังสือ หนังสือพิมพ ์นิตยสาร ระบบสืบคน้โดยอาศยัเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนแหล่งขา่วต่างๆ) เพื่อใหเ้ขา้ใจถึงมุมมองทศันะความคิดเห็นที่แตกต่าง ตน้ตอของสถานการณ ์ปัญหา หรือโอกาสที่ซ่อนเรน้อยใู่นเบ้ืองลึก และน าความเขา้ใจเหล่าน้ันมา ประเมินผล และตีความเป็นขอ้มลูไดอ้ยา่งถูกตอ้งและเกิดประโยชน์ต่อการปฏิบตัิงานสูงสุด ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และสืบคน้ขอ้มูลอยำ่งเป็นระบบใหเ้ชื่อมตอ่ขอ้มูลที่ขำดหำยไปหรือคำดกำรณไ์ดอ้ย่ำงมีนยัสำ คญั • จดัทา การวิจยัโดยอา้งอิงจากขอ้มลูที่มีอยูห่รือสืบคน้จากแหล่งขอ้มลูที่แปลกใหมแ่ตกต่างจากปรกติธรรมดาทวั่ไปอยา่งเป็นระบบหรือเป็นไปตามหลกัการ ทางสถิติ และน าผลที่ไดน้้ันมาเชื่อมต่อขอ้มลูที่ขาดหายไป หรือพยากรณห์รือสรา้งแบบจา ลอง (model) หรือสรา้งระบบ (system formula) ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง และเป็นระบบ ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และวำงระบบกำรสืบคน้ เพื่อหำขอ้มูลอยำ่งตอ่เนื่อง • วางระบบการสืบคน้ เพื่อใหม้ีขอ้มลูที่ทนัเหตุการณป์้อนเขา้มาอยา่งต่อเนื่องและสามารถออกแบบ เลือกใช ้หรือประยุกตว์ิธีการในการจดัทา แบบจา ลองหรือ ระบบต่างๆ ไดอ้ยา่งถูกตอ้งและมีนัยสา คญั -103
กำรควบคุมและจดักำรสถำนกำรณอ์ยำ่งสรำ้งสรรค์ (Controlling and Managing Situation-CMS) คำ จำ กดัควำม: ความสามารถในการควบคุม และบริหารจดัการอารมณ ์ความรูส้ึกของตนเองไดอ้ยา่งถูกตอ้งและเหมาะสม แมว้่าอยใู่นเหตุการณท์ี่วิกฤติ คบัขนั  และยากลา บาก โดยมีเจตนาที่จะใหบุ้คคลรอบขา้งมีอารมณแ์ละความรสู้ึกที่เป็นปกติเช่นกนั นอกจากน้ันยงัเป็นความสามารถในการควบคุม และจดัการสถานการณท์ี่เกิดข้นึไดเ้หมาะสมกบัแต่ละ สถานการณ ์และดา เนินการใหค้วามช่วยเหลือ บริการ บรรเทาทุกข ์หรือการดา เนินการต่างๆ ที่สอดคลอ้งกบัความตอ้งการและเป็นประโยชน์แก่ผู้บริการ ประชาชน หรือผอู้ื่น โดย มีพ้นืฐานของความมีจิตใจที่เป็นกุศล (จิตสาธารณะ) เห็นความสุขของผบู้ริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นเป็นที่ต้งัมากกว่าสิ่งอื่นใด ระดบัที่ 0:ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1:ควบคุมอำรมณ์ และควำมรู้สึกตนเองได้อย่ำงเหมำะสมกับเหตุกำรณ์ยำกล ำบำก วิกฤต หรือเหตุกำรณ์ไม่ปกติต่ำงๆ ที่เกิดขึ้น • ควบคุมอารมณแ์ละความรูส้ึกของตนเองไดอ้ยา่งเหมาะสม (โดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนก ตกใจ หรือเสียใจ) กบัสถานกาณท์ี่เกิดข้นึโดยฉพาะสถานการณท์ี่ไม่ปกติ เช่น เหตุการณค์บัขนั ยากลา บาก หรือเหตุการณร์า้ยแรงต่างๆ เป็นตน้ เพื่อป้องกนัมิใหบุ้คคลรอบขา้งเกิดอารมณห์รือมีความรสู้ึกร่วมดว้ย • ใส่ใจกบัสภาพแวดลอ้ม สญัญาณทางกายภาพ และสถานการณต์่างๆ ที่เกิดข้นึเฉพาะหน้า และพยายามควบคุมอารมณ ์ความรูส้ึก และปฏกิิริยาของตนให้อยู่ภาวะปกติได้ ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และมีควำมอดทนต่อเหตุกำรณ์ยำกล ำบำก วิกฤต หรือเหตุกำรณ์ไม่ปกติต่ำงๆ ที่เกิดขึ้น และ/หรือจดักำรอำรมณแ์ละควำมรูส้ึก ของผอู้ื่นใหเ้ป็นปกติได้ • มีความอดทนต่อเหตุการณต์่างๆ ที่เกิดข้นึ เช่น เหตุการณท์ี่มีความยากลา บาก วิกฤติ คบัขนั หรือเหตุอนัไม่ปกติต่างๆ เป็นตน้ โดยไม่แสดงความยอ่ทอ้ หรือความไม่พอใจต่อ ความยากลา บากน้ันๆ • ไม่บ่ายเบี่ยง หรือหลีกเลี่ยงจากเหตุการณท์ี่มีความยากลา บาก วิกฤติ คบัขนั หรือเหตุอนัไม่ปกติต่างๆ แต่เขา้ไปมีส่วนร่วมอยา่งเต็มใจ และต้ังใจ โดยมีความมุ่งหวงัที่จะใหก้าร ดูแล ความช่วยเหลือ และบรรเทาทุกขผ์รู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม • บริหารจดัการ หรือควบคุมอารมณแ์ละความรสู้ึกของผรู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นใหเ้ป็นปกติได ้เช่น ปลอบใจ โน้มน้าวจงูใจ หรือให้คา แนะน าต่างๆ เป็นตน้ เมื่ออยใู่น เหตุการณท์ี่มีความยากลา บาก วิกฤติ คบัขนั หรือเหตุอนัไม่ปกติต่างๆ ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และจัดกำรสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่ำงเหมำะสมและให้ควำมช่วยเหลือได้สอดคล้องกับควำมต้องกำรของผู้รับบริกำร ประชำชน หรือผอู้ื่น • ควบคุม ดูแล และจดัการสถานการณ ์หรือเหตุการณต์่างๆ ที่เกิดข้นึ เช่น เหตุการณท์ี่มีความยากลา บาก วิกฤติ คบัขนั หรือเหตุอนัไม่ปกติต่างๆ เป็นตน้ ไดอ้ยา่งเหมาะสม • ใหก้ารดูแล ความช่วยเหลือ และบรรเทาทุกขผ์รู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสมกบัแต่ละสถานการณ ์และสอดคลอ้งความต้องการของผรู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่น ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และใหบ้รกิำร ควำมช่วยเหลือ และดำ เนินกำรตำ่งๆ ดว้ยจติกุศลใหผ้รู้บับริกำร ประชำชน หรือผอู้ื่นมีควำมสุข และไดร้บั ประโยชนอ์ยำ่งสูงสุด • ใหบ้ริการ ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข ์และดา เนินการต่างๆ แก่ผรู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่น (ที่มีความเดือดรอ้ด) ดว้ยจิตกุศล (จิตสาธารณะ) แมว้่าตนเองจะตอ้งประสบ กบัความยากลา บาก อุปสรรค หรือสูญเสียประโยชน์บางอยา่ง โดยมีความมุ่งหวงัใหผ้รู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นมีความสุข และไดร้บัประโยชน์อย่างสงูสุด • ติดตาม และประเมินผลการใหบ้ริการ ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข ์และดา เนินการต่างๆ แก่ผรู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นอยา่งใกลช้ิด ต่อเนื่อง และสมา ่เสมอ เพื่อใหแ้น่ใจ ว่าสามารถใหบ้ริการ ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข ์และดา เนินการต่างๆ ไดอ้ยา่งถูกตอ้ง เหมาะสม สอดคลอ้งความตอ้งการ และไดร้บัประโยชน์อยา่งสงูสุด • เสียสละ และอุทิศประโยชน์ส่วนตวั และความสะดวกสบายต่างๆ เพื่อใหบ้ริการ ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข ์และดา เนินการต่างๆ แก่ผรู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นโดยไม่ หวงัผลตอบแทนใดๆ ท้งัส้ิน ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และเสียสละประโยชนบ์ำงสว่นขององคก์ร เพื่อใหผ้รู้บับริกำร ประชำชน หรือผอู้ื่นไดร้บัประโยชนอ์ยำ่งสูงสดุ • เสียสละ และอุทิศประโยชน์บางส่วนขององคก์ร เพื่อใหผ้รู้บับริการ ประชาชน หรือผอู้ื่นไดร้บัประโยชน์อยา่งสงูสุด และสอดคลอ้งความตอ้งการอยา่งแทจ้ริง -104
กำรคิดวิเครำะห ์ (Analytical Thinking- AT) คำ จำ กดัควำม: ความสามารถในการทา ความเขา้ใจในสถานการณ ์ประเด็น ปัญหา โดยคิดวิเคราะหอ์อกเป็นส่วนย่อยๆ เป็นรายการ หรือเป็นข้ันตอน และ เห็นความสมัพนัธข์องสถานการณ ์ประเด็น หรือปัญหาที่เกิดข้นึโดยรูถ้ึงสาเหตุ และผลกระทบของสถานการณ ์ประเด็น หรือปัญหาที่อาจเกิดข้นึได้ ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: แตกและแยกแยะปัญหำ แนวคิด ประเด็น สถำนกำรณ ์หลกักำร ทฤษฎี ฯลฯ ออกเป็นประเด็นยอ่ยๆ • แยกแยะหรือแตกปัญหา แนวคิด ประเด็น สถานการณ ์หลกัการ ทฤษฎี ฯลฯ ออกเป็นประเด็นยอ่ยๆ โดยยงัไมค่า นึงถึงลา ดบัความสา คญั • จดัทา และระบุรายการหรือปัญหา แนวคิด ประเด็น สถานการณ ์หลกัการ ทฤษฎีต่างๆ เป็นขอ้ๆ แต่อาจยงัไมไ่ดจ้ดัลา ดบัก่อนหลงั ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และจดัลำ ดบัควำมสำ คญัของประเด็น ปัญหำ แนวคิด ประเด็น สถำนกำรณ ์หลกักำร ทฤษฎี ฯลฯ ได้ • แยกแยะหรือแตกปัญหา แนวคิด ประเด็น สถานการณ์ หลักการ ทฤษฎี ฯลฯ ออกเป็นประเด็นย่อยๆ และจัดเรียงงาน กิจกรรมต่างๆ ตามล าดับ ความสา คญัก่อนหลงัเพื่อประโยชน์ในการดา เนินการต่อไปตามความเร่งด่วนหรือความจา เป็น • เขา้ใจและระบุขน้ัตอน ลา ดบัก่อนหลงัของประเด็นต่างๆ ได ้ต้งัขอ้สงัเกต ระบุขอ้บกพร่องของข้นัตอนงานไดอ้นัเป็นผลจากความเขา้ใจในลา ดบัความสา คญั หรือลา ดบัก่อนหลงัของสิ่งต่างๆ ระดบัที่ 3: แสดงวำมสำมำรถระดบัที่ 2 และเข้ำใจและเชื่อมโยงควำมสัมพันธ์เบื้องต้นของปัญหำ แนวคิด ประเด็น สถำนกำรณ์ หลักกำร ทฤษฎี ฯลฯ ได ้ • เชื่อมโยงความสมัพนัธอ์ยา่งง่ายๆ ระหวา่งเหตุและผลที่ก่อใหเ้กิดเป็นปัญหาได้ • ระบุไดว้า่อะไรเป็นเหตุเป็นผลแก่กนัในสถานการณห์นึ่งๆ หรือแยกแยะขอ้ดีขอ้เสียของประเด็นต่างๆ ได้ • อธิบายเหตุผลความเป็นมา แยกแยะขอ้ดี และขอ้เสียของปัญหา สถานการณ ์ฯลฯ เป็นประเด็นต่างๆ ไดอ้ยา่งมีเหตุมีผล ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และเขำ้ใจและเชื่อมโยงควำมสมัพนัธท์ี่ซับซอ้นของปัญหำ แนวคิด ประเด็น สถำนกำรณ ์หลักกำร ทฤษฎี ฯลฯ ได้ • แยกแยะและเชื่อมโยงประเด็น ปัญหา หรือปัจจยัต่างๆ ที่ซบัซอ้นไดใ้นหลายๆ แง่มุม เช่น เหตุ ก. น าไปสู่ เหตุ ข. เหตุ ข. น าไปสู่เหตุ ค. และน าไปสู่เหตุ ค. ฯลฯ • แยกแยะองคป์ระกอบต่างๆ ของประเด็น ปัญหาที่มีเหตุปัจจยัเชื่อมโยงซับซอ้นเป็นรายละเอียดในช้นัต่างๆ อีกท้งัวิเคราะหว์่าแง่มุมต่างๆ ของปัญหาหรือ สถานการณห์นึ่งๆ สมัพนัธก์นัอยา่งไร คาดการณว์า่จะมีโอกาส หรืออุปสรรคอะไรบา้ง ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และใชเ้ทคนิคและควำมรูเ้ฉพำะดำ้นในกำรคิดวิเครำะห ์ • ประยุกต์ใชค้วามรู ้ความเชี่ยวชาญ เทคนิคเฉพาะดา้น เช่น หลกัสถิติข้นัสูง ความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาที่เกี่ยวขอ้งกบัผลิตภัณฑ์หรือบริการมาวิเคราะห์ ประเด็น หรือปัญหาต่างๆ ในงานอนัทา ใหไ้ดข้อ้สรุปหรือคา ตอบที่ไมอ่าจบรรลุไดด้ว้ยวิธีปรกติธรรมดาทวั่ไป • วิเคราะหป์ัญหาในแง่มุมที่ลึกซ้ึงถึงปรชัญาแนวคิดเบ้ืองหลงัของประเด็นหรือทางเลือกต่างๆ ที่ซบัซอ้นเหล่าน้ัน -105
กำรบรหิำรควำมเสยี่ง (Risk Management- RISK) คำ จำ กดัควำม: ความสามารถในการระบุความเสี่ยง และหาวิธีการป้องกนัความเสี่ยง ตลอดจนระแวดระวงั ควบคุม และลดความเสี่ยงในทุกทางที่อาจเกิดข้นึ เพื่อพิทกัษ์ผลประโยชน์ใหแ้ก่องคก์ร และสรา้งองคก์รใหเ้ติบโตอยา่งยงั่ยืนและมีเสถียรภาพ ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: เห็นถึงควำมสำ คญัของกำรบริหำรควำมเสี่ยงและระบุควำมเสี่ยงในหน่วยงำน  ตระหนักและใหค้วามร่วมมือในการพิทกัษ์ประโยชน์ และบริหารความเสี่ยงของหน่วยงาน  สามารถระบุความเสี่ยงของงาน และกิจกรรมที่เกี่ยวขอ้งได้  วิเคราะหแ์ละประเมินความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อภารกิจในหน่วยงานของตนได้ ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และปรบัปรุงงำนของตนใหพ้รอ้มเผชิญควำมเสี่ยงดำ้นตำ่งๆ • คา นึงถึงผลของความเสี่ยงหรือความเสียหายที่อาจเกิดข้นึ ประเมินระดบัความเสี่ยงที่ยอมรบัได ้และเตรียมการรบัมือไวก้่อน • ศึกษาและพฒันาศกัยภาพดา้นความร ู้ทกัษะ และเทคนิคต่างๆ และน ามาประยุกตใ์ชใ้นจดัทา แผนเพื่อป้องกนัหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดข้ึนกบัหน่วยงาน ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และคำดกำรณล์่วงหนำ้และเตรียมรบัมือกบัควำมเสี่ยงอยำ่งสมำ ่เสมอซึ่งจะมีผลเสียตอ่กำรทำ งำน • หมนั่คาดการณแ์ละหาแนวโนม้ ช่องโหว ่ขอ้บกพร่อง ฯลฯ ท้งัจากปัจจยัภายในและภายนอกองคก์ร อนัอาจก่อใหเ้กิดความเสี่ยงในการดา เนินงานใน หน่วยงาน และดา เนินการแกไ้ข หรือเตรียมหาทางรบัมือกบัความเสี่ยงน้ัน • ติดตาม ประเมิน และปฏิบตัิงานเชิงรุกเพื่อเตรียมความพรอ้มในการรบัมือกบัทุกสถานการณท์ี่อาจเกิดข้นึอยา่งสมา ่เสมอ ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และบริหำรควำมเสี่ยงขององคก์รในภำพรวม • ควบคุม บริหาร และกระจายความเสี่ยงในระดบักลยุทธข์องหน่วยงาน/องคก์ร เพื่อส่งเสริมใหอ้งคก์รมีการดา เนินงานไปในทิศทางที่มีเสถียรภาพมนั่คง • กา หนดวิธีการปฏิบตัิในการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมท้งัองคก์รและสอดคลอ้งกบันโยบายบริหารความเสี่ยงขององคก์ร หรือมาตรฐานสากล ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และแปรควำมเสี่ยงใหเ้ป็นโอกำสในกำรดำ เนินงำน • พิจารณาความเสี่ยงดว้ยมุมมองใหม ่และหาวิธีแปรความเสี่ยงที่มีอยู ่หรือที่คาดการณไ์วใ้หเ้ป็นโอกาสในการดา เนินงาน • ใชค้วามเสี่ยงทางการดา เนินงานขององคก์รเป็นเหตุผล หรือแรงกระตุน้ผลกัดนัใหเ้กิดการปรบัเปลี่ยนใหมๆ่ เพื่อสรา้งสรรคน์วตักรรมใหมๆ่ ที่เป็นโอกาสใน การแขง่ขนัขององคก์ร -106
กำรบรหิำรทรพัยำกร (Resource Management- RM) คำ จำ กดัควำม: การตระหนักเสมอถึงความคุม้ค่าระหวา่งทรพัยากร (งบประมาณ เวลา กา ลงัคนเครื่องมือ อุปกรณ ์ฯลฯ) ที่ลงทุนไปหรือที่ใชก้ารปฏิบตัิ ภารกิจ (Input) กบัผลลพัธท์ี่ได ้(Output) และพยายามปรบัปรุงหรือลดขน้ัตอนการปฏิบตัิงาน เพื่อพฒันาใหก้ารปฏิบตัิงานเกิดความคุ้มค่าและมี ประสิทธิภาพสูงสุด อาจหมายรวมถึงความสามารถในการจดัความสา คญัในการใชเ้วลา ทรพัยากร และขอ้มลูอยา่งเหมาะสม และประหยดัค่าใชจ้่ายสูงสุด ระดบัที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1: ปฏิบัติงำนโดยค ำนึงถึงควำมคุ้มค่ำและค่ำใช้จ่ำยที่เกิดขึ้น • ตระหนักถึงความคุม้ค่าและค่าใชจ้่ายต่างๆ ที่จะเกิดข้นึในการปฏิบตัิงาน • ปฏิบตัิงานตามกระบวนการขน้ัตอนที่กา หนดไว ้เพื่อใหส้ามารถใชท้รพัยากรไมเ่กินขอบเขตที่กา หนด ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และปฏิบัติงำนโดยค ำนึงถึงค่ำใช้จ่ำยที่เกิดขึ้น และมีควำมพยำยำมที่จะลดค่ำใช้จ่ำยเบื้องต้น • ตระหนักและควบคุมค่าใชจ้่ายที่เกิดข้นึในการปฏิบตัิงานโดยมีความพยายามที่จะลดค่าใชจ้่ายต่างๆ ที่จะเกิดข้นึ • จดัสรรงบประมาณ ค่าใชจ้่าย ทรพัยากรที่มีอยูอ่ยา่งจา กดัใหคุ้ม้ค่าและเกิดประโยชน์ในการปฏิบตัิงานอยา่งสูงสุด ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และกำ หนดกำรใชท้รพัยำกรใหส้มัพนัธก์บัผลลพัธท์ี่ตอ้งกำร • ประเมินผลความมีประสิทธิภาพของการดา เนินงานที่ผ่านมาเพื่อปรบัปรุงการจดัสรรทรพัยากรใหไ้ดผ้ลผลิตที่เพิ่มข้นึ หรือมีการทา งานที่มีประสิทธิภาพมาก ข้นึ หรือมีค่าใชจ้่ายที่ลดลง • ระบุขอ้บกพร่อง วิเคราะหข์อ้ดี ขอ้เสียของกระบวนการการทา งานและกา หนดการใชท้รพัยากรที่สมัพนัธก์บัผลลพัธท์ี่ตอ้งการโดยมองผลประโยชน์ของ องคก์รเป็นหลกั ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และเชื่อมโยงหรือประสำนกำรบริหำรทรพัยำกรร่วมกนัระหว่ำงหน่วยงำนเพื่อใหเ้กิดกำรใชท้รัพยำกรที่คมุ้ ค่ำสูงสุด • เลือกปรบัปรุงกระบวนการทา งานที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกบัหลายหน่วยงาน และไมก่ระทบกระบวนการทา งานต่างๆ ภายใน องคก์ร • วางแผนและเชื่อมโยงภารกิจของหน่วยงานตนเองกบัหน่วยงานอื่น (Synergy) เพื่อใหก้ารใชท้รพัยากรของหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้งท้งัหมดเกิดประโยชน์สูงสุด • กา หนดและ/หรือสื่อสารกระบวนการการบริหารทรพัยากรที่สอดคลอ้งกนัทวั่ท้งัองคก์ร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององคก์ร ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และเสนอกระบวนกำรใหม่ๆ ในกำรท ำงำนให้มีประสิทธิภำพยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดกำรพัฒนำที่ยงั่ยนื • พฒันากระบวนการใหมๆ่ โดยอาศยัวิสยัทศัน์ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณต์่างๆ มาประยุกตใ์นกระบวนการทา งาน เพื่อลดภาระการบริหารงานให้ สามารถดา เนินงานไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพสูงสุด • สามารถเพิ่มผลผลิตหรือสรา้งสรรคง์านใหม ่ที่โดดเด่นแตกต่างใหก้บัหน่วยงาน และองคก์ร โดยใชท้รพัยากรเท่าเดิม -107
กำรมุ่งควำมปลอดภยัและกำรระวงัภยั (Safety Mind- SM) คำ จำ กดัควำม: ความมุ่งมนั่ที่จะใหค้วามสา คญักบัความปลอดภยั การระวงัภยั รวมท้งัการป้องกนัภยัต่างๆ ที่อาจจะเกิดข้นึ โดยรบัรูแ้ละตระหนักถึงความสา คัญในการป้องกันภยั เหตุอนัตราย และสาธารณภยั ต่างๆ ต้งัแต่การปฏิบตัิตนในชีวติประจา วนัทวั่ไป รวมถึงการดา เนินกิจกรรมในการปฏิบตัิงาน และตระหนักถึงความสา คญัในการชว่ยเหลือ การบรรเทาทุกข ์การฟ้ืนฟูผปู้ ระสบภัยใหไ้ดร้บัการดูแลอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนและเสริมสรา้งวฒันธรรมความปลอดภยัและการระวงัภยัต่างๆ ใหเ้กิดข้นึในระดบัหน่วยงาน องคก์ร ชุมชน และสังคมในระยะยาว ระดบัที่ 0:ไม่แสดงสมรรถนะด้ำนนี้อย่ำงชัดเจน ระดบัที่ 1:ตระหนกัถึงควำมสำ คญัดำ้นควำมปลอดภยั และผลเสียของกำรเกิดเหตอุนัตรำย สำธำรณภยั รวมถึงสำมำรถอธิบำยไดถ้ึงวิธีกำรจดักำรเพื่อแกไ้ข และกำรป้องกนัเหตุไม่ปลอดภยัตำ่งๆ • ใหค้วามสนใจกบัปัจจยัต่าง ๆ รอบตวั ที่อาจเป็นตน้เหตุของการเกิดภยั และความไม่ปลอดภยัต่าง ๆ รวมถึงสนใจในที่มาของเหตุการณค์วามไม่ปลอดภยั/ปัญหาสาธารณภยัที่เกิดข้ึน โดยสามารถอธิบายถึง สาเหตุของความไม่ปลอดภยัดงักล่าว • รูว้ิธีจดัการกบัความเสี่ยงที่จะทา ใหเ้กิดภยั การป้องกนั และวิธีแกไ้ขปัญหาความไม่ปลอดภยั หรือเพื่อมิใหภ้ยัลุกลามขยายวงกวา้งจนกลายเป็นปัญหาสาธารณภยั • ขวนขวายหาความรเู้พิ่มเติมเกี่ยวกบัการป้องกนัและแกไ้ขปัญหาอนัตราย สาธารณภยั รวมถึงความรใู้นการป้องกนัและแกไ้ขปัญหาความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ • เขา้ร่วมกิจกรรมการเรียนร ู้การแลกเปลี่ยนความรู ้และการรณรงคเ์พื่อพฤติกรรมที่ปลอดภยัต่าง ๆ ระดบัที่ 2: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 1 และแสดงออกให้เห็นถึงควำมเป็นผู้ไม่ประมำท รอบคอบ ระแวดระวังภัย และควำมไม่ปลอดภัยต่ำงๆ ที่อำจเกิดขึ้น ทั้งกับตัวเองหรือผู้ร่วมงำน และสำมำรถ ประยุกตใ์ชค้วำมรูแ้ละทรพัยำกรที่มีอยใู่นกำรป้องกนัและแกไ้ขปัญหำควำมไม่ปลอดภยัได ้ • กระทา การใดๆ ดว้ยความรอบคอบ ไม่ประมาท เพื่อใหเ้กิดความปลอดภยั ท้งัในการดา เนินกิจกรรมส่วนตวัในชีวติประจา วนั และการปฏิบตัิงาน • โนม้นา้วชกัชวนเพื่อนร่วมงานและผเู้กี่ยวขอ้งใหต้ระหนักถึงคุณประโยชน์ของความปลอดภยัอย่างแทจ้ริง ช้ีใหเ้ห็นถึงอนัตรายและผลเสียของการกระทา ที่ไม่ปลอดภยัที่อาจการลุกลามขยายวงกวา้งจน กลายเป็นปัญหาสาธารณภยั • ช้ีแนะแนวทางการปฏบิตัิแก่เพื่อนร่วมงานและผเู้กี่ยวขอ้งใหม้ีพฤติกรรมที่ปลอดภยั • สามารถประยุกตใ์ชค้วามรูใ้นการป้องกนัมิใหเ้กิดภยั รวมถึงประยุกตใ์ชค้วามรูแ้ละทรพัยากรที่มีอยู่ในการแกไ้ขปัญหาความไมป่ลอดภยั เพื่อมิใหลุ้กลามขยายวงกวา้งจนกลายเป็นปัญหาสาธารณภยั ระดบัที่ 3: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 2 และวิเครำะห ์สงัเครำะห ์มองเห็นทำงเลือกในกำรนำ วิธีกำรบริหำรจดักำรสำธำรณภยัที่เหมำะสมมำปรบัใชใ้หไ้ดป้ระโยชนส์ูงสุด • มองเห็นทางเลือกในการน าวธิีการบริหารจดัการสาธารณภยัที่เหมาะสมมาปรบัใชใ้หไ้ดป้ระโยชน์สูงสุด • สามารถวเิคราะหส์ภาพปัญหาในการบริหารจดัการสาธารณภยัที่เป็นอย ู่อธิบายใหค้วามเห็นต่างๆ ในประเด็นปัญหาของการป้องกนัและบรรเทาสาธารณภัย และระบบการบริหารจดัการในปัจจุบนัไดอ้ย่าง ถูกตอ้ง • หมนั่วิเคราะห ์และมองหาแนวโนม้ ช่องโหว่ ขอ้บกพร่อง ฯลฯ ท้งัจากปัจจยัภายในและภายนอกองคก์ร อนัจะทา ใหเ้กิดปัญหากบัการบริหารจดัการสาธารณภยั และดา เนินการแกไ้ข หรือเตรียมหาทางรบัมือ กบัปัญหาน้ัน • ติดตาม ประเมิน และปฏิบตัิงานเชิงรุกเพื่อเตรียมความพรอ้มในการรบัมือกบัทุกสถานการณค์วามไม่ปลอดภยั/ปัญหาสาธารณภยัที่เกิดข้นึ ที่อาจเกิดข้นึอย่างสมา ่เสมอ • สามารถจดั การกบั ปัญหาสาธารณภยั ประเภทต่างๆ ที่มีความซบั ซอ้ นได ้ท้งั ในแง่ของการป้องกนั การช่วยเหลือ บรรเทา รวมถึงการฟ้ืนฟู ระดบัที่ 4: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 3 และพฒันำกระบวนกำรในกำรบริหำรจดักำรสำธำรณภยัที่เหมำะสมและเกิดประสิทธิภำพสูงสุด • สงัเคราะหอ์งคค์วามรูด้า้นการบริหารจดัการสาธารณภยั เพื่อใหไ้ดน้วตักรรมหรือรูปแบบในการบริหารจดัการสาธารณภยั ที่เหมาะสมต่อการน าไปใช้ในสถานการณภ์ยัในพ้นืที่ต่างๆ ไดอ้ย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล • เสนอแนวทางปฏิบตัิในการจดัการกบัปัญหาในการป้องกนัและบรรเทาสาธารณภยั และถ่ายทอดแบบอย่างที่ดีของการดา เนินงานป้องกนัและบรรเทาสาธารณภัยใหผ้รู้่วมงานและผเู้กี่ยวขอ้งไดร้บัทราบ เพื่อ มุ่งหวงัใหผ้ทู้ี่เกี่ยวขอ้งต่างๆ สามารถดา เนินการบริหารจดัการสาธารณภยัไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพสูงสุด • มุ่งปรบั ปรุง และเปลี่ยนแปลงระบบ และวิธีการในการป้องกนั ช่วยเหลือ บรรเทาและฟ้ืนฟู ใหม้ ีคุณภาพ เพื่อใหไ้ ดส้ ามารถดา เนินการเพื่ออสร้างความปลอดภยัใหก้บัองคก์ร ชุมชน หรือสงัคมไดอ้ย่างโดด เด่นและเกินกว่าเป้าหมายที่กา หนดไว้ ระดบัที่ 5: แสดงสมรรถนะระดบัที่ 4 และประเมินคณุค่ำ และทำงเลือก เพื่อกำ หนดนโยบำยและกลยุทธท์ี่มีผลตอ่กำรบริหำรจดักำรสำธำรณภยัที่มีประสิทธิภำพในระยะยำว • สามารถคาดการณป์ัญหาที่จะเกิดข้นึในอนาคต สามารถประเมนิทรพัยากรต่างๆ ทางดา้นการบริหารจดัการสาธารณภยั สา หรบัใชเ้ป็นทางเลือกในการดา เนินการเพื่อการป้องกนั ช่วยเหลือ และฟ้ืนฟูสภาพ จากการเกิดสาธารณภยัไดอ้ยา่งเหมาะสมกบัสภาพปัญหาและสถานการณค์วามเปลี่ยนแปลงดา้นสาธารณภยั • สนับสนุนใหเ้กิดบรรยากาศแหง่การเสริมสรา้งวฒันธรรมความปลอดภยัข้นึในหน่วยงานหรือขอบเขตที่รบัผิดชอบอนัเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจดัการสาธารณภยัที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว • สนับสนุนใหเ้กิดการบรูณาการการป้องกนัและบรรเทาสาธารณภยัเขา้กบัทุกกิจกรรมการทา งาน • สนับสนุนการจดัการความร ู้เพื่อพฒันาบุคลากรใหม้ีองคค์วามรทู้ี่เพียงพอต่อการขบัเคลื่อนองคก์ร • สนับสนุนใหม้ีการเผยแพร่ประชาสมัพนัธเ์พื่อเสริมสรา้งวฒันธรรมความปลอดภยัใหเ้กิดข้นึในระดบัชุมชนและสงัคม • เป็นแบบอย่างที่ดีของการมจีิตสา นึกความปลอดภยั ท้งัพฤติกรรมการปฏิบตัิงาน การดา เนินกิจกรรมส่วนตวัในชีวติประจา วนั -108
กำรยดึมนั่ในหลกัเกณฑ ์ (Acts with Integrity- AI) คำ จำ กดัควำม: เจตนาที่จะกา กบัดูแลใหผู้อ้ื่นหรือหน่วยงานอื่นปฏิบตัิใหไ้ดต้ามมาตรฐาน กฎระเบียบขอ้บงัคบัที่กา หนดไว้ โดยอาศยัอา นาจตามระเบียบ กฎหมาย หรือตามหลกัแนวทางในวิชาชีพของตนที่มีอยูอ่ยา่งเหมาะสมและมีประสิทธิภาพโดยมุง่ประโยชน์ขององคก์ร สงัคม และประเทศโดยรวมเป็นสา คัญ ความสามารถน้ีอาจรวมถึงการยืนหยดัในสิ่งที่ถูกตอ้งและความเด็ดขาดในการจดัการกบับุคคลหรือหน่วยงานที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ ์ระเบียบหรือมาตรฐาน

Adobe Acrobat Document ดาวน์โหลดไฟล์   ขนาดไฟล์ 273.35 KB